มวยไทยโคราช

Share :

มวยไทยโคราช



มวยไทยนั้นมีประวัติมาอย่างช้านาน เริ่มตั้งแต่ใช้ในการสงครามจนถึงปัจจุบันซึ่งในสงครามนั้นมีการดัดแปลงมวยไทยมาใช้ในกองทัพเรียกว่า “เลิศฤทธิ์” มวยโบราณก็จะแยกเป็นสายตามท้องถิ่น มวยไทยโคราชก็เป็นอีกหนึ่งในมวยโบราณที่มีประวัติมาอย่างยาวนานเช่นกัน

 

มวยไทยโคราช

มวยไทยโคราชมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบันเพราะชาวไทยมีการฝึกการต่อสู้ด้วยอาวุธสั้นประกอบกับศิลปะมวยไทย โดยมีวัตถุประสงค์ในการปกป้องประเทศชาติและมวยไทยโคราชนั้นเป็นเมืองหน้าด่านชั้นเอกที่ต้องทำการบกับผู้ที่รุกรานจึงทำให้ชาวโคราชมีความเป็นนักสู้โดยสายเลือดมายาวนาน เมื่อสงครามสงบมวยไทยโคราชจึงพัฒนาจนมาเป็นศิลปวัฒนธรรมในการต่อสู้ป้องกันตัวเพราะคนไทยในสมัยก่อนนั้นนับตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงพลเมืองทั้งผู้ชายและผู้หญิงต้องฝึกการต้อสู้ป้องกันตัวทุกคน ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นช่วงเวลาที่มวยคาดเชือกรุ่งเรืองมีการจัดแข่งขันมวยคาดเชือก โดยให้หัวเมืองทั่วประเทศคัดเลือกนักมวยที่มือดีมาแข่งขัน นักมวยฝีมือดีชนะคู่ต่อสู้หลายคนและเป็นที่พอพระราชหฤทัย ทรงโปรดฯ พระราชทานยศและบรรดาศักดิ์ เป็นขุนหมื่นครูมวย 3 คน คือ

1.นายปรง จำนงทอง จากเมืองไชยา เป็น หมื่นมวยมีชื่อ

2.นายกลึง โตสะอาด จากเมืองลพบุรี เป็น หมื่นมือแม่นหมัด

3.นายแดง ไทยประเสริฐ จากเมืองโคราช เป็น หมื่นชงัดเชิงชก

 

มวยไทยโคราช 4 ยุค

1.มวยไทยโคราชยุคเริ่มต้น

ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่1 – รัชกาลที่4 คุณหญิงโมได้นำชาวเมืองโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพทหารของเจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทร์ ซึ่งยกทัพมาต้อนพลเมืองโคราชไปเวียงจันทร์จนได้รับชัยชนะและหลังจากนั้นคุณหญิงโมได้รับการปูนบำเหน็จให้สถาปนาเป็น “ท้าวสุรนารี”

2.มวยไทยโคราชยุครุ่งเรือง

ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่5 – รัชกาลที่6 เป็นยุคที่มวยไทยโคราชและมวยไทยในท้องถิ่นอื่นๆนั้นมาชกกันแบบคาดเชือกเจริญพัฒนารุ่งเรืองสูงสุดมีนักมวยที่มีฝีมือดีจากเมืองโคราชลูกศิษย์องพระเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราช ได้ไปฝึกซ้อมให้กับประชาชนของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์หลายคนเป็นที่พอพระราชหฤทัยของรัชกาลที่5 และ รัชกาลที่6 กรมหลวงชุมพร จนไปถึงประชาชนทั่วประเทศจนไม่มีใครกล้าที่จะมาเป็นคู่ชก

3.มวยไทยโคราชยุคเริ่มต้นสวมนวม

ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่6 – รัชกาลที่8 มีการนำเอานวมสวมชกแทนการคาดเชือกมีนักมวยจากนครราชสีมาเดินทางไปชกในกรุงเทพมหานครหลายคนมีการสอนมวยไทยโคราชในโรงเรียนนายร้อย จปร. มีคณะมวยเกิดขึ้นหลายคณะ ได้แก่ เทียมกำแหง แขวงมีชัย อุดมศักดิ์ ลูกโนนไทย สินสุวรรณ

4.มวยไทยโคราชยุคฟื้นฟูอนุรักษ์

ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่9 – จนถึงปัจจุบัน ไม่มีการฝึกหักศิลปะมวยไทยโคราชแบบคาดเชือกในสมัยโบราณในเขตพื้นที่เมืองโคราช หรือ จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน ทั้งๆที่สมัยโบราณนั้นมวยไทยโคราชมีความเก่งกล้าสามารถเป็นเลิศ แต่ในยุคที่มีเวทีจัดแข่งขันมวยไทยอยู่ทุกแห่ง การฝึกซ้อมและการจัดการแข่งขันเน้นไปทางธุรกิจมากกว่าจึงทำให้การฝึกหัดมวยไทยโคราชนั้นน้อยลง แต่ยังมีลูกศิษย์ครูบัว วัดอิ่ม (นิลอาชา) คือ พันเอกกำนาจ พุกศรีสุข เป็นผู้ที่ถ่ายทอดมวยไทยโคราชคาดเชือกกับผู้ที่สนใจในมวยไทยโคราชทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์สืบสานที่สยามยุทธ์ กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ที่อยากเรียนมวยไทยโคราชและอยากฝึกมวยไทยโคราช

 

เอกลักษณ์ของมวยไทยโคราช

เอกลักษณ์ของมวยไทยโคราชนั้น คือ สวมกางเกงขาสั้น สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก พันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอกเพราะมวยไทยโคราชเป็นมวยต่อยวงกว้างและใช้หมัดเหวี่ยงควาย การพันเชือกในลักษณะนั้นจะช่วยป้องกันการเตะและต่อยได้เป็นอย่างดีจากการฝึกกับครูมวยและคู่ต่อสู้ การฝึกกับครูมวยในเมืองขั้นตอนการฝึกโดยใช้ธรรมชาติเป็นหลัก เมื่อเกิดความคล่องแคล่วแล้วทำพิธียกครูแล้วให้ย่างขุมและฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่สำคัญ ประกอบไปด้วย

- ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า

- ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

หลังจากนั้นจะมีโคลงมวย ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นคติสอนนักมวยเฉพาะมวยไทยโคราชพร้อมคำแนะนำและเตือนสติไม่ให้เกรงกลัวคู่ต่อสู้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก baanmaha

Created : 24-07-2019


บทความที่น่าสนใจ

ศิลปะกระบวนท่าแม่ไม้มวยไทย
เตะแบบลงแข้งของนักมวย