มวยไทย ( Muay Thai ) 4 ภาค มีอะไรบ้าง

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

มวยไทย ( Muay Thai ) 4 ภาค มีอะไรบ้าง



มวยไทย ( Muay Thai ) กีฬาและศิลปะป้องกันตัวประจำชาติไทย โดยในแต่ละภาคของไทยก็มีเชิงมวยประจำท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งแบ่งได้เป็น มวยไทย 4 ภาค ดังต่อไปนี้

 

ภาคกลาง : มวยลพบุรี

 

มวยไทยสายภาคกลาง ที่มีวิวัฒนาการมา อย่างยาวนาน ตั้งแต่ พ.ศ.1200 จนมาถึง ในสมัยที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ครองราชย์ ได้ส่งเสริม มวยลพบุรี อย่างกว้างขวาง และมีการจัดการแข่งขัน โดยกำหนดขอบสังเวียน และมีกติกาการแข่งขัน รวมถึง สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 8 หรือพระเจ้าเสือ พระมหากษัตริย์อีกหนึ่งพระองค์ที่ชอบชกมวยไทย และปลอมพระองค์ ไปชกมวยกับชาวบ้านอยู่เป็นประจำ โดยพระองค์ได้ทรงสนับสนุนมวยไทยเป็นอย่างมาก และได้ทรงคิดท่าแม่ไม้มวยไทย ในแบบเฉพาะพระองค์ จนกลายเป็น “ตำรามวยพระเจ้าเสือ”

 

จุดเด่นของ มวยลพบุรี คือ เป็นมวยที่ชกฉลาด รุกรับคล่องแคล่วว่องไว ต่อยหมัดตรงได้แม่นยำ เรียกว่า "มวยเกี้ยว" หมายถึง มวยที่ใช้ชั้นเชิงเข้าทำคู่ต่อสู้ โดยใช้กลลวงมากมาย เคลื่อนตัวอยู่เสมอ หลอกล่อ หลบหลีกได้ดี สายตาดี รุก และรับออกอาวุธหมัด เท้า เข่า ศอก ได้อย่างรวดเร็ว

 

ภาคเหนือ : มวยท่าเสา

 

เป็นสายมวยไทยภาคเหนือ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่ าสายนี้กำเนิดขึ้นเมื่อใด มีเพียงหลักฐานที่ปรากฎว่า ครูมวยไทยท่าเสา ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง คือ "ครูเมฆ" ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ในเรื่องความคล่องแคล่วว่องไว รวดเร็ว เด็ดขาด และมีลีลาท่าทางสวยงามและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไม้เตะ ถีบ และศอก เป็นที่เลื่องลือกระฉ่อน จนนายทองดี หรือที่รู้จักกันดีในนาม "พระยาพิชัยดาบหัก" มาปฏิญาณกับตัวเองว่า จะต้องมาขอเรียนศิลปะมวยไทยกับสำนักท่าเสาให้ได้ และก็ได้เป็นศิษย์ของครูเมฆในเวลาต่อมา

 

จุดเด่นของ มวยท่าเสา คือ การจดมวยกว้าง และน้ำหนักตัวไปทางด้านหลัง เท้าหน้า สัมผัสพื้นเบา ๆ ทำให้ออกมวยได้ไกล รวดเร็ว และรุนแรง หมัดหน้าห่างจากหน้าสูงกว่าไหล่ และหมัดหลังจะต่ำ มวยประเภทนี้ เป็นทั้งมวยอ่อน และมวยแข็ง สามารถรุกรับ ได้ตามสถานการณ์

 

ภาคอีสาน : มวยโคราช

 

เป็นสายมวยภาคอีสาน ถือกำเนิดมาจาก จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเริ่มมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั่วประเทศในสมัยรัชกาลที่ 5-6 โดยในสมัยที่ รัชกาลที่5 ทรงครองราชย์ใน พ.ศ.2411 พระองค์ ทรงโปรดกีฬามวยไทยมาก การฝึกหัดมวยไทยแพร่หลายไปตามหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทรงจัดให้มีการแข่งขันชกมวยหน้าพระที่นั่งในงานศพของ พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์อุรุพงษ์รัชสมโภช ในวันที่ 18-21 มีนาคม พ.ศ.2452 (ร.ศ.128) ณ ทุ่งพระเมรุ โดยให้เจ้าเมืองต่าง ๆ คัดเลือกนักมวยฝีมือดีทั่วประเทศมาแข่งมวยไทยกัน

 

นักมวยที่เป็นที่พอพระราชหฤทัย ของพระองค์ จะได้โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ และบรรดาศักดิ์ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีนักมวยจากมณฑลโคราช เป็นขุนหมื่นครูมวย คือ แดง ไทยประเสริฐ ได้รับพระราชทานเป็น "หมื่นชงัดเชิงชก" ทำให้มวยโคราชเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา มวยโคราช มีการแต่งกาย การคาดเชือก การจดมวย การฝึกซ้อม การร่ายรำ และรูปแบบวิธีการชกที่เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ การชกหมัดวงกว้างหนักหน่วงอย่าง "หมัดเหวี่ยงควาย"

 

ภาคใต้ : มวยไชยา

 

มวยไทยสายภาคใต้ เป็นศิลปะมวยประจำถิ่น อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีต้นกำเนิดมาจาก "หลวงพ่อมา" อดีตนายทหาร จากพระนคร สมัยรัชกาลที่ 3 มาฝึกมวยให้กับ ชาวเมืองไชยา และต่อมาเริ่มชื่อเสียงในช่วงรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจาก นายปรง นักมวยเมืองไชยา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์ เป็นหมื่นมวยมีชื่อ ตำแหน่งกรรมการพิเศษ เมืองไชยา และถือศักดินา 300

 

เอกลักษณ์ของมวยไชยา มีอยู่ 7 ด้าน คือ

1. การตั้งท่ามวย หรือการจดมวย

2. ท่าครู หรือท่าย่างสามขุม

3. การไหว้ครูร่ายรำ

4. การพันมือแบบคาดเชือก

5. การแต่งกาย

6. การฝึกซ้อมมวยไชยา

7.แม่ไม้มวยไชยา

 

กระบวนท่ามวยไชยามีทั้งหมด 5 ชุด คือ แม่ไม้มวยไทยไชยา 7 ท่า ได้แก่ ปั้นหมัด, พันแขน, พันหมัด, กระโดดตบศอก, พันหมัดพลิกเหลี่ยม, เต้นแร้งเต้นกา และการย่างสามขุม

 

มวยไทยทั้ง 4 ภาคต่าง ต่างก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป และได้มีคำเปรียบเปรย ความสามารถเชิงมวยของทั้ง ภาคไว้ว่า “ หมัดหนักโคราช ฉลาดลพบุรี ท่าดีไชยา ไวกว่าท่าเสา ครบเครื่องพลศึกษา ”  สำหรับ มวยพลศึกษานั้น เป็นมวยที่กรมพลศึกษา นำสุดยอดวิชามวยไทยของแต่ละสาย มาประยุกต์ใช้ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จึงกลายเป็นมวยไทย ที่มีความครบเครื่อง นั่นเอง

 

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

มวยโคราช มวยไทย ( Muay Thai ) อีสาน แบบดั้งเดิม

มวยไชยา มวยไทย ( Muay Thai ) ขึ้นชื่อ

Created : 24-11-2021


บทความที่น่าสนใจ

วิถีมวยไทย สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรง
กระโดดเชือก สำหรับ นัก มวยไทย