มวยโคราช มวยไทย ( Muay Thai ) อีสาน แบบดั้งเดิม

Share : facebook_share google_share line_share twitter_share messenger_share

มวยโคราช มวยไทย ( Muay Thai ) อีสาน แบบดั้งเดิม



มวยโคราช เป็น มวยไทย ( Muay Thai ) อีสาน ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถูกสืบสาน อนุรักษ์ไว้ทางภาคอีสาน เป็น มวยไทย ( Muay Thai ) ที่ประจักษ์ต่อชาวไทย และยังเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติในปัจจุบันอีกด้วย

 

     มวยไทย ( Muay Thai ) นั้นมีประวัติมาอย่างช้านาน เริ่มตั้งแต่ใช้ในการสงครามจนถึงปัจจุบันซึ่งในสงครามนั้นมีการดัดแปลง มวยไทย ( Muay Thai ) มาใช้ในกองทัพเรียกว่า “ เลิศฤทธิ์ ” มวยโบราณก็จะแยกเป็นสายตามท้องถิ่น มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช ก็เป็นอีกหนึ่งในมวยโบราณที่มีประวัติมาอย่างยาวนานเช่นกัน

 

มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช

     มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชมีประวัติความเป็นมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนถึงปัจจุบัน เพราะชาวไทยมีการฝึกการต่อสู้ด้วยอาวุธสั้นประกอบกับศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) โดยมีวัตถุประสงค์ในการปกป้องประเทศชาติ และ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชนั้นเป็นเมืองหน้าด่านชั้นเอกที่ต้องทำการบกับผู้ที่รุกรานจึงทำให้ชาวโคราชมีความเป็นนักสู้โดยสายเลือดมายาวนาน เมื่อสงครามสงบ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชจึงพัฒนาจนมาเป็นศิลปวัฒนธรรมในการต่อสู้ป้องกันตัวเพราะคนไทยในสมัยก่อนนั้นนับตั้งแต่พระมหากษัตริย์จนถึงพลเมืองทั้งผู้ชาย และผู้หญิงต้องฝึกการต้อสู้ป้องกันตัวทุกคน ในสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์เป็นช่วงเวลาที่มวยคาดเชือกรุ่งเรืองมีการจัดแข่งขันมวยคาดเชือก โดยให้หัวเมืองทั่วประเทศคัดเลือกนักมวยที่มือดีมาแข่งขัน นักมวยฝีมือดีชนะคู่ต่อสู้หลายคน และเป็นที่พอพระราชหฤทัย ทรงโปรดฯ พระราชทานยศ และบรรดาศักดิ์ เป็นขุนหมื่นครูมวย 3 คน คือ

1. นายปรง จำนงทอง จากเมืองไชยา เป็น หมื่นมวยมีชื่อ

2. นายกลึง โตสะอาด จากเมืองลพบุรี เป็น หมื่นมือแม่นหมัด

3. นายแดง ไทยประเสริฐ จากเมืองโคราช เป็น หมื่นชงัดเชิงชก

 

มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช 4 ยุค

1. มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชยุคเริ่มต้น

 

     ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 1 – รัชกาลที่ 4 คุณหญิงโมได้นำชาวเมืองโคราชเข้าต่อสู้กับกองทัพทหารของเจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทร์ ซึ่งยกทัพมาต้อนพลเมืองโคราชไปเวียงจันทร์จนได้รับชัยชนะ และหลังจากนั้นคุณหญิงโมได้รับการปูนบำเหน็จให้สถาปนาเป็น “ ท้าวสุรนารี ”

2. มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชยุครุ่งเรือง

     ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 5 – รัชกาลที่ 6 เป็นยุคที่ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช และ มวยไทย ( Muay Thai ) ในท้องถิ่นอื่น ๆ นั้นมาชกกันแบบคาดเชือกเจริญพัฒนารุ่งเรืองสูงสุด มีนักมวยที่มีฝีมือดีจากเมืองโคราชลูกศิษย์องพระเหมสมาหาร เจ้าเมืองโคราช ได้ไปฝึกซ้อมให้กับประชาชนของกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์หลายคนเป็นที่พอพระราชหฤทัยของรัชกาลที่ 5 และ รัชกาลที่ 6 กรมหลวงชุมพร จนไปถึงประชาชนทั่วประเทศจนไม่มีใครกล้าที่จะมาเป็นคู่ชก

3. มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชยุคเริ่มต้นสวมนวม

     ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 6 – รัชกาลที่ 8 มีการนำเอานวมสวมชกแทนการคาดเชือกมีนักมวยจากนครราชสีมาเดินทางไปชกในกรุงเทพมหานครหลายคนมีการสอน มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชในโรงเรียนนายร้อย จปร. มีคณะมวยเกิดขึ้นหลายคณะ ได้แก่ เทียมกำแหง แขวงมีชัย อุดมศักดิ์ ลูกโนนไทย สินสุวรรณ

4. มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชยุคฟื้นฟูอนุรักษ์

     ในยุคนี้จะนับตั้งแต่ สมัยรัชกาลที่ 9 – จนถึงปัจจุบัน ไม่มีการฝึกหักศิลปะ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชแบบคาดเชือกในสมัยโบราณในเขตพื้นที่เมืองโคราช หรือ จังหวัดนครราชสีมาในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่สมัยโบราณนั้น มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชมีความเก่งกล้าสามารถเป็นเลิศ แต่ในยุคที่มีเวทีจัดแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai ) อยู่ทุกแห่ง การฝึกซ้อม และการจัดการแข่งขันเน้นไปทางธุรกิจมากกว่าจึงทำให้การฝึกหัด มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชนั้นน้อยลง แต่ยังมีลูกศิษย์ครูบัว วัดอิ่ม ( นิลอาชา ) คือ พันเอกกำนาจ พุกศรีสุข เป็นผู้ที่ถ่ายทอด มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชคาดเชือกกับผู้ที่สนใจใน มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชทั้งคนไทย และชาวต่างชาติ เพื่อฟื้นฟู และอนุรักษ์สืบสานที่สยามยุทธ์ กรุงเทพมหานคร สำหรับผู้ที่อยากเรียน มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช และอยากฝึก มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช

 

เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราช

     เอกลักษณ์ของ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชนั้น คือ สวมกางเกงขาสั้น สวมมงคลที่ศีรษะขณะชก พันหมัดแบบคาดเชือก ตั้งแต่หมัดขึ้นไปจรดข้อศอกเพราะ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชเป็นมวยต่อยวงกว้าง และใช้หมัดเหวี่ยงควาย การพันเชือกในลักษณะนั้นจะช่วยป้องกันการเตะ และต่อยได้เป็นอย่างดีจากการฝึกกับครูมวย และคู่ต่อสู้ การฝึกกับครูมวยในเมืองขั้นตอนการฝึกโดยใช้ธรรมชาติเป็นหลัก เมื่อเกิดความคล่องแคล่วแล้วทำพิธียกครูแล้วให้ย่างขุม และฝึกท่าอยู่กับที่ 5 ท่า ท่าเคลื่อนที่ 5 ท่า ฝึกลูกไม้แก้ทางมวย 11 ท่า ฝึกท่าแม่สำคัญ ประกอบไปด้วย

- ท่าแม่ไม้ครู 5 ท่า

- ท่าแม่ไม้สำคัญโบราณ 21 ท่า

     หลังจากนั้นจะมีโคลงมวย ซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นคติสอนนักมวยเฉพาะ มวยไทย ( Muay Thai ) โคราชพร้อมคำแนะนำ และเตือนสติไม่ให้เกรงกลัวคู่ต่อสู้

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

มวยไชยา มวยไทย ( Muay Thai ) ขึ้นชื่อ

ข้อกำหนดของ เวทีมวย ในการแข่งขัน มวยไทย ( Muay Thai )

Created : 23-11-2021


บทความที่น่าสนใจ

รำไหว้ครู มารยาทอันดีงามก่อนการชก
มวยไทย กับแฟชั่นที่ดังไกลไปถึง Runway