5 นักมวย ในตำนานขวัญใจคนไทย

Share :

5 นักมวย ในตำนานขวัญใจคนไทย



มวยไทยมีมาอย่างยาวนาน และเมื่อหลายสิบปีมานี้ก็มี นักมวย คนไทยหลายคนที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย จนทำให้มวยไทยเป็นมวยอาชีพได้ แต่วันนี้เราจะพาทุกคนย้อนวัยมาดู 5 นักมวย ในตำนานขวัญใจคนไทยกันค่ะ

 

1. โผน กิ่งเพชร

     เริ่มกันที่นักชกชื่อดังที่เป็นถึงแชมป์โลกชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ นั่นคือ โผน กิ่งเพชร โดยการชิงแชมป์โลกเมื่อวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2503 ณ เวทีมวยลุมพินี ได้กระทำต่อหน้าพระพักตร์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทั้งสองพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตร

     โผน กิ่งเพชร  โผนเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกในรุ่นฟลายเวต ของสถาบันเดอะริง ( The Ring ) รวมทั้งเป็นแชมป์โลกชาวไทยคนแรกที่ได้ครองแชมป์โลกถึง 3 สมัย แต่ด้วยปัญหาส่วนตัว ทำให้โผนติดสุราจนการชกตกต่ำลง กระทั่งเสียแชมป์ และไม่มีโอกาสชิงแชมป์คืนได้อีก โผนเสียชีวิตลงในวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2525 ในวัย 47 ปี

     จากนั้นมีการสร้างอนุสรณ์สถานของเขาที่หัวหินบ้านเกิด หลังจากที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว 10 ปี โผนถือว่าเป็นตำนานของวงการมวยสากลคนหนึ่งของไทย โดยวันที่ 16 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่โผนชิงแชมป์โลก ได้ถูกกำหนดให้เป็น “วันนักกีฬาไทย”

 

2. เขาทราย แกแล็คซี่

     ถ้าพูดถึงชื่อนี้หลาย ๆ คนคงรู้จักหรืออาจจะเคยได้ยินกันมา แม้ว่าจะไม่ใช่แฟนมวย เพราะ เขาทราย แกแล็คซี่ เรียกได้ว่าเป็น นักมวย ชื่อดังที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สมัยที่ยังชกอยู่เขาได้รับฉายาว่า “ซ้ายทะลวงไส้” จากหมัดซ้ายที่หนักหน่วง และการชกลำตัวที่ยอดเยี่ยม เขาทรายจะได้รับชัยชนะอย่างงดงามแทบทุกครั้งของการชก ความนิยมในตัวเขาทรายมีถึงขนาดที่ว่า เมื่อใดที่เขาทรายชก ถนนในกรุงเทพฯ จะว่างเพราะทุกคนรีบกลับบ้านไปดูเขาทราย

     เขาทราย แกแล็คซี่ เป็นอดีตนักมวยแชมเปี้ยนโลกชาวไทย รุ่นซูเปอร์ฟลายเวต ( 115 ปอนด์ ) ของ สมาคมมวยโลก ( WBA ) เป็นแชมป์โลกคนที่ 9 ของไทย มีพี่ชายฝาแฝดคือ เขาค้อ แกแล็คซี่ ซึ่งเป็นอดีตแชมป์โลก รุ่นแบนตัมเวต WBA โดยมีระยะเวลาที่เป็นแชมป์โลกคู่กัน ทำให้เป็นแชมป์โลกคู่แฝดรายแรกของโลกอีกด้วย

     หลังครองตำแหน่งแชมป์โลก เขาทรายสามารถป้องกันตำแหน่งได้ถึง 19 ครั้งติดต่อกัน และเขาได้ประกาศแขวนนวมในฐานะ “แชมป์โลกผู้ไม่เคยแพ้ใคร” ตลอดระยะเวลาที่ครองตำแหน่ง 7 ปี ในปี พ.ศ. 2542 เขาทรายได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ “World Boxing Hall of Fame” ณ เมืองคานาสโตต้า รัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ เขายังได้รับรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย จนอาจเรียกว่าเป็นนักกีฬาชาวไทยที่ได้รับเกียรติยศมากที่สุดก็ว่าได้

     หลังจากแขวนนวม เขาทรายได้ออกอัลบั้มเพลงมาชุดหนึ่ง เพื่อเป็นการขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุน ปัจจุบันเขามีกิจการค้าขายหลายอย่าง และรับงานแสดงในวงการบันเทิงเป็นครั้งคราว ส่วนในวงการมวย มีเป็นเทรนเนอร์ให้กับ นักมวย อยู่บ้าง

 

3. สามารถ พยัคฆ์อรุณ

     สามารถ พยัคฆ์อรุณ แชมป์โลกคนที่ 10 ของไทย อดีต นักมวย หนุ่มหน้าตาดี ผู้มีเสียงเหน่อเป็นเอกลักษณ์ เจ้าของฉายา “พยัคฆ์หน้าหยก” สามารถชกมวยไทยครั้งแรกที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2517 จากนั้นก็ตระเวนชกมวยฝึกฝีมือมาเรื่อย ๆ ถือเป็นนักมวยชั้นเชิงแพรวพราว สายตาดี ชกได้สนุก ชนะใจคนดู และประสบความสำเร็จอย่างมากในการชกมวยไทย

     โดยได้แชมป์ของสนามมวยเวทีลุมพินีถึง 4 รุ่นด้วยกัน ได้แก่ รุ่นพินเวต ( 105 ปอนด์ ) รุ่นจูเนียร์ฟลายเวต ( 108 ปอนด์ ) รุ่นจูเนียร์แบนตัมเวต ( 115 ปอนด์ ) และรุ่นเฟเธอร์เวต ( 126 ปอนด์ )

     ต่อมา เขาเริ่มหันมาชกมวยสากลอาชีพ ชิงแชมป์โลกครั้งแรกในรุ่นซูเปอร์แบนตัมเวต ( 122 ปอนด์ ) ของสภามวยโลก ( WBC ) โดยเอาชนะน็อกแชมป์โลกไปได้ในยกที่ 5 กลายเป็นแชมป์โลกคนที่ 10 ของไทย หลังจากนั้น เขาก็ได้รับการกล่าวขานถึงเป็นอย่างมาก เพราะสามารถพิงเชือกโยกหลบหมัดของผู้ท้าชิงได้ด้วยสายตาอันว่องไวนับสิบ ๆ หมัด และชกสวนหมัดตรงเข้าปลายคางไปเพียงหมัดเดียว ก็เอาชนะน็อกผู้ท้าชิงไปได้อย่างน่าประทับใจ หลังจากแขวนนวม สามารถได้ออกอัลบั้มเพลง ปัจจุบันเขายังรับงานในวงการบันเทิงเป็นระยะ ๆ

 

4. สด จิตรลดา

      ในยุคที่กีฬามวยสากลอาชีพได้รับความนิยมสุดขีด เมืองไทยมีแชมป์โลกพร้อมกันถึง 3 คน คือ เขาทราย แกแล็คซี่, สามารถ พยัคฆ์อรุณ และอีกคนที่เชื่อว่าคนไทยไม่เคยลืมเขา นั่นก็คือ สด จิตรลดา แชมป์โลกชาวไทยคนที่ 8 รุ่นฟลายเวต ( 112 ปอนด์ ) ของสภามวยโลก ( WBC ) และแชมป์เดอะริง มีสถิติการชกทั้งหมด 29 ครั้ง ชนะ 23 ครั้ง แพ้ 4 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง ( ชนะน็อก 14 ครั้ง )

     ภาพจำของใครหลายคนเมื่อพูดถึง “สด จิตรลดา” ก็คือ เป็นมวยชกสนุก มีลีลาฟุตเวิร์กสวยงาม หมัดแย้บคม กล้าแลกกล้าชน แม้หมัดจะไม่หนักก็ตาม แต่ก็ถือว่าชนะใจคนดู ระหว่างเป็นแชมป์โลก สดได้เดินทางไปต่างประเทศชกป้องกันตำแหน่งหลายครั้ง ได้แก่ อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จาไมก้า และกลางทะเลทรายในประเทศคูเวต เกือบทุกครั้งจบลงด้วยความสวยสดงดงาม

     หลังจากป้องกันตำแหน่งได้ 6 ครั้ง จึงได้แขวนนวม ด้วยสภาพร่างกายและปัญหาด้านสายตาที่มีมากขึ้น ทำให้สดแพ้น็อกบ่อยครั้ง  สดจึงได้ศึกษาต่อจนจบปริญญาตรี นับเป็น นักมวย เพียงไม่กี่คนที่จบการศึกษาถึงระดับอุดมศึกษา หลังจากนั้นเขาได้ทำงานในสายอาชีพที่หลากหลาย รวมทั้งเคยเดินทางไปสอนมวยไทยที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และแคนาดาเป็นระยะเวลา 3 – 4 ปี ปัจจุบันได้กลับมาเปิดค่ายมวยไทยย่านนนทบุรี เพื่อสอนมวยให้เด็ก และเยาวชน ตลอดจนผู้สนใจในศิลปะมวยไทย

 

5. สมรักษ์ คำสิงห์

     คนสุดท้ายจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ “สมรักษ์ คำสิงห์” อดีตนักชกอารมณ์ดี สนุกสนานเฮฮา  และมีวลีเด็ดคือ “ไม่ได้โม้” จนได้รับฉายาว่า “โม้อมตะ” เขาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลเหรียญทอง จากการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่น ในกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 26 ที่เมืองแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ในปี พ.ศ. 2539 และมีโอกาสได้เข้าเฝ้า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญทองโอลิมปิก

     สมรักษ์ เข้าสู่ทีมชาติครั้งแรกในการแข่งขันโอลิมปิก ที่บาร์เซโลนา ในปี พ.ศ. 2535 แต่ตกรอบแรก ต่อมา พ.ศ. 2536 ได้เหรียญทองมวยทหารโลกที่ประเทศอิตาลี แต่ไม่ได้ติดทีมชาติไปแข่งกีฬาซีเกมส์ในปีนั้นเพราะไม่พร้อม กระทั่งในปีถัดมา ( พ.ศ. 2537 ) เขาเริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาเป็นครั้งแรก จากการเป็นนักกีฬาไทยที่ได้เหรียญทองเพียงคนเดียว ในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 12 ที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่น และโด่งดังถึงที่สุดในปี พ.ศ. 2539 เมื่อคว้าเหรียญทองจากโอลิมปิกมาได้ ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชาวไทยทุกคน

     ภายหลังจากได้เหรียญทองโอลิมปิก สมรักษ์ ก็กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ เขาได้รับรางวัล และการเชิดชูเกียรติจากหลายสถาบัน สมรักษ์ยังได้เลื่อนยศจาก จ่าเอก เป็น เรือตรี และด้วยบุคคลิกเฮฮา มีสีสัน น่าสนใจ งานในวงการบันเทิงจึงติดต่อเข้ามาหาเขาอย่างไม่ขาดสาย และฝีมือการชกก็ลดประสิทธิภาพลงเรื่อย ๆ พ่ายแพ้ในสนามการแข่งขันหลายครั้ง กระทั่งเขาเลิกชกมวยสากลสมัครเล่นอย่างเด็ดขาด ในปี พ.ศ. 2547 หลังจากนั้น นอกจากงานในวงการบันเทิงแล้ว เขาก็รับงานเป็นผู้บรรยายการแข่งขันมวย และมีขึ้นชกมวยในงานเฉพาะกิจอยู่บ้าง ปัจจุบัน สมรักษ์ยังคงมีงานในวงการบันเทิงอยู่เรื่อย ๆ รวมทั้งทำธุรกิจส่วนตัว มีค่ายมวยของตนเอง และเปิดสอนมวยไทยสำหรับผู้ที่สนใจด้วย

 

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม

ประวัติศาสตร์มวยไทย

มวยไทยให้อะไรมากกว่าที่คิด

Created : 05-05-2021


บทความที่น่าสนใจ

ศึกเจ้าสังเวียน กับกระบวนการ ท่าไม้ตาย
นาฏมวยไทย