5 ภาพยนตร์ เกี่ยวกับมวยไทย

Share :

5 ภาพยนตร์ เกี่ยวกับมวยไทย



มวยไทย  ศิลปะการต่อสู้ของไทยที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ไม่เพียงแต่จะเป็นกิจกรรมสำหรับออกกำลังกายเพียงเท่านั้น แต่มวยไทยยังได้ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์อีกด้วย มวยไทย เป็นอาวุธที่ฮีโร่ฉบับบไทยใช้ในการต่อสู้กับเหล่าคนร้าย วันนี้เราก็มีหนังที่เกี่ยวกับมวยไทยมานำเสนอ จะมีเรื่องอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

 

องค์บาก (2546)

ผู้กำกับ “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” ชัดเจนมากในการนำเสนอความยิ่งใหญ่ของ “ศิลปะแม่ไม้มวยไทยโบราณ” ผ่านนักแสดงนำอย่าง “จา พนม (ทัชชกร ยีรัมย์)” หรือ “โทนี จา” ผู้รับบทเป็น บุญทิ้ง หนุ่มบ้านหนองประดู่ที่ออกตามหา องค์บาก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกขโมยตัดเศียรไป

ฉากแอ็กชันทั้งหมดในเรื่องโดดเด่นด้วยการไม่ใช้สลิงและตัวแสดงแทน ทำให้ จา พนม กลายเป็นนักแสดงชายยอดนักบู๊แถวหน้าระดับโลกที่โด่งดังเพียงชั่วข้ามคืน และบทบาทใหม่เพิ่มเติมคือนั่งแท่นกำกับเองในภาคต่อมา โดยตัวหนังมีทั้งหมด 3 ภาค

เรื่องย่อ

องค์บาก พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาของหมู่บ้านหนองประดู่ ได้ถูกขโมยตัดเศียรไป บุญทิ้ง (ทัชชกร ยีรัมย์) หนุ่มบ้านหนองประดู่ จึงอาสาออกตามหามาจนถึงกรุงเทพฯ จนได้เจออ้ายหำแหล่หรือ จอร์จ (หม่ำ จ๊กมก) ลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่ทิ้งท้องนาและกลิ่นโคลนสาปควายบ้านนอก มาร่วมทีมกับ หมวยเล็ก (ภุมวารี ยอดกมล) มาเป็น 18 มงกุฎ ต้มตุ๋นชาวบ้านเพื่อเลี้ยงปากท้อง

บุญทิ้งจึงไม่วายเป็นเหยื่อเพราะความซื่อ แต่ด้วยความที่เป็นคนดีและเคยช่วยเหลือชีวิตทั้งสองไว้ ภายหลังเขาจึงได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองในการตามหาองค์บาก พร้อมถูกดึงเข้าสู่การต่อสู้กับเจ้าพ่อมาเฟียอิทธิพลมืดจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด บุญทิ้งจึงขอต่อสู้ทั้งชีวิตด้วยศิลปะมวยไทยโบราณตลอดจนการเดินทางตามหาองค์บากเพื่อนำกลับคืนสู่หมู่บ้านให้ทันพิธีอุปสมบทหมู่ซึ่งจะจัดขึ้นในอีก 7 วันให้ได้

 

ต้มยำกุ้ง (2548)

ต่อยอดความสำเร็จกันอีกครั้งของผู้กำกับและนักแสดงคู่บุญ อย่าง “ปรัชญา ปิ่นแก้ว” และ “ทัชชกร ยีรัมย์” ยังคงนำเสนอ “ศิลปะแม่ไม้มวยไทยโบราณ” ผ่านเรื่องราวที่เข้มข้นและซับซ้อนขึ้น

การต่อสู้ข้ามชาติเพื่อเอาชีวิตรอดของเด็กหนุ่มและเพื่อนพ้อง เพื่อช่วยเหลือช้างพ่อลูก จนได้ค้นพบกับ “ตำนานมวยคชสาร” มีทั้งหมด 2 ภาค

เรื่องย่อ

การเดินทางข้ามโลกของ ขาม (จา พนม ยีรัมย์) เด็กหนุ่มบ้านป่าที่ชีวิตต้องพลิกผันโดยเงื้อมมือของผู้มีอิทธิพลระดับประเทศที่ลักพาช้างพลายสองพ่อลูก ซึ่งเด็กหนุ่มและพ่อของเขารักดั่งชีวิต และมีความมุ่งหมายอันสูงสุดที่จะมอบเป็นคชบาทแด่ในหลวง ไปขาย ณ ประเทศออสเตรเลีย ทางเดียวที่จะช่วยเหลือและรักษาชีวิตของช้างอันเป็นที่รักของเขาได้ นั่นก็คือ การบุกตะลุยถึงถิ่นเสือ โดยการเดินทางข้ามโลก

เรื่องไม่ง่ายอย่างใจคิด แม้เขาจะได้รับความช่วยเหลือจาก จ่ามาร์ค (หม่ำ จ๊กมก) นายตำรวจไทยและปลา (บงกช คงมาลัย) สาวไทยที่ถูกหลอกมาขายตัวในซิดนีย์ก็ตาม แต่ที่นั่น เขากลับต้องไปพัวพันกับการไล่ล่าของแก๊งค์มาเฟียที่นำโดย มาดามโรส (จิน ซิง) ที่มีลูกสมุนต่างชาติที่เต็มไปด้วยฝีมือทางการต่อสู้อย่าง จอห์นนี่ (จอห์นนี่ เหงียน) และ ทีเค (นาธาน โจนส์) อย่างไม่ได้ตั้งใจ

ณ วินาทีนี้ การต่อสู้ข้ามชาติเพื่อเอาชีวิตรอดของเด็กหนุ่มและเพื่อนพ้อง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เพื่อตามหาและช่วยเหลือ พ่อใหญ่ และ ขอน ช้างพ่อลูก ที่เปรียบได้กับญาติพี่น้องของเขา นำไปสู่บททดสอบและการต่อสู้ครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตของเขาให้โลกได้ล่วงรู้ถึง อานุภาพของ "แม่ไม้มวยไทยโบราณ" ที่หนักหน่วง รุนแรง และยังไม่เคยได้รับการเปิดเผยมาก่อน โดยเฉพาะ "ตำนานมวยคชสาร"

 

ทองดีฟันขาว (2560)

ภาพยนตร์ปฐมบทก่อน พระยาพิชัย จะดาบหัก จากฝีมือการกำกับของนักแสดงรุ่นใหญ่ “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ดัดแปลงจากอัตชีวประวัติของ พระยาพิชัยดาบหัก หรือ จ้อย หรือ นายทองดีฟันขาว ทหารเอกใน สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

นำแสดงโดยนักมวยไทยชื่อดัง “บัวขาว บัญชาเมฆ” เรื่องราวก่อนที่ตัวละคร ทองดีฟันขาว จะได้จับดาบปกป้องพระเจ้าตากฯ เขาคือนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ และใช้ “ศิลปะแม่ไม้มวยไทย” พิสูจน์ตนจนกลายเป็นวีรบุรุษ

เรื่องย่อ

ในสมัยอโยธยาตอนปลาย โรงมวยเปรียบเหมือนสถาบันที่รวมเหล่ายอดนักสู้ไว้ด้วยกัน ภายใต้การดูแลและฝึกสอนของครูมวยที่มีความเชี่ยวชาญหลากหลายศาสตร์แตกต่างกันไป แต่กว่าจะได้รับการยอมรับเป็นศิษย์ของแต่ละสำนักนั้น ก็ต้องมีความอดทนและเก่งกาจไม่แพ้ใคร

“ทองดี” เป็นหนึ่งในนักสู้ที่เชื่อมั่นในฝีมือของตนจนไม่เคยรู้ว่าการฝึกการต่อสู้นั้น ครูเป็นเรื่องจำเป็นแค่ไหน จนกระทั่งได้พบกับความพ่ายแพ้แบบที่ยากจะยอมรับ การเดินทางเพื่อค้นหาครูมวยในศาสตร์ต่างๆ ของชายที่ชื่อ “ทองดีฟันขาว” จึงเริ่มขึ้น เพื่อไปสู่จุดที่เขาจะกลายเป็นนักมวยเลื่องชื่อคนสำคัญของอโยธยา

 

ไชยา (2550)

ไชยา เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2550 เป็นเรื่องเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มวยไชยา ซึ่งเป็นมวยคาดเชือกแบบเก่าแก่โบราณของ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

กำกับโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ ซึ่งเคยมีผลงานกำกับเรื่อง ลองของ และเขียนบทภาพยนตร์ เปนชู้กับผี ได้รับคัดเลือกเป็นภาพยนตร์ฉายปิด เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพ ประจำปี 2550 ในวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

เรื่องย่อ

เรื่องราวเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2520 เปี๊ยก (อัครา อมาตยกุล) สะหม้อ (สนธยา ชิตมณี) และเผ่า (ธวัชชัย เพ็ญภักดี) เป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสามเป็นนักมวยไทยไชยา ซึ่งวันหนึ่งค่ายมวยที่สังกัดอยู่เกิดเลิกกิจการลง ทั้งสามจึงเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อตามหาความฝัน ที่จะได้เป็นนักมวยไทยที่มีชื่อเสียงซึ่งเปี๊ยก ไม่ประสบความสำเร็จในการชกมวย จึงตัดสินใจไปแข่งมวยเถื่อนหลังจากนั้นเปี๊ยกและสะหม้อได้เข้าไปเป็นลูกน้องของผู้มีอิทธิพล ส่วนเผ่าได้ไปเข้าค่ายมวยและขึ้นชกที่เวทีราชดำเนินก่อนโด่งดังในเวลาต่อมา เปี๊ยกและสะหม้อได้ร่วมมือกันฆ่าครูของเผ่าที่ป่าช้าก่อนที่เปี๊ยกจะโดนตำรวจจับในเวลาต่อมาและระหว่างที่จะย้ายเปี๊ยกไปคุมขังที่อื่นสะหม้อได้เข้ามาช่วยเปี๊ยกหนีและหลังจากที่เปี๊ยกขับรถหนีไปสะหม้อได้โดนฝรั่งกลุ่มที่เป็นนายหน้านักมวยฆ่าแต่สะหม้อเอาระเบิดติดกับตัวแล้วรถก็ระเบิด ในวันนี้เผ่าต้องลงชิงแชมป์กับนักมวยฝรั่งซึ่งเปี๊ยกได้มาที่สนามและฆ่าผู้มีอิทธิพลลงหลังจากนั้นจึงโดนตำรวจยิงก่อนตายเผ่าซึ่งได้แชมป์มาได้เข้ามาหาเปี๊ยกโดยศรีไพร ซึ่งเป็นภรรยาของเปี๊ยก

 

9 ศาสตรา (2561)

ภาพยนตร์แอนิเมชัน เนื้อหาว่าด้วยแฟนตาซีผสมผสานกับมวยไทย อำนวยการสร้างโดยบริษัท เอ็กซ์ฟอร์แมท ฟิล์มส์ และจัดจำหน่ายในประเทศไทยโดย บริษัท เอ็ม พิคเจอร์ส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้เวลาในการสร้างถึง 4 ปีเต็ม และได้ออกฉายตรงกับสัปดาห์ วันเด็กแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2561 มีกำหนดฉายวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ทางเน็ตฟลิกซ์

เรื่องย่อ

9 ศาสตรา เป็นเรื่องราวการผจญภัยของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ชะตาลิขิตให้มากอบกู้อาณาจักรรามเทพนคร แผ่นดินปิตุภูมิของเขาให้รอดพ้นอำนาจทมิฬของยักษา ผู้ก่อความทุกข์เข็ญให้ประชาราษฎร์ เป็นการเดินทางที่ต้องอาศัยทั้งโชคชะตาและวิชายุทธอย่างมีคุณธรรม อ๊อด ชายหนุ่มแห่งโพ้นทะเล คือ ผู้ที่ถูกลิขิตมาให้รับภารกิจอันยิ่งใหญ่ในการกอบกู้อาณาจักร พร้อมกับพลพรรคเพื่อนพ้อง ที่มีทั้งอาวุธและยุทธวิธีตามวิถีตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น “เสี่ยวหลาน”โจรสลัดอากาศชาวจีน เธอเป็นสาวงามนักแม่นปืนจากกองเรือเหาะทะยานเมฆ พร้อมด้วยลิงทโมน นามว่า วาตะ รวมถึง อสูรสีชาด ยักษ์สีแดงร่างใหญ่ใจดี ส่วนอ๊อดนั้นได้ร่ำเรียนศิลปะการต่อสู้มวยไทย ที่เคยหายสาบสูญจากครูมวยอันดับหนึ่งของแผ่นดิน และได้ฝึกฝนเคี่ยวกรำอย่างหนักมาโดยตลอด เพื่อเตรียมต่อสู้กับหมู่มวลอธรรม

 

อ่านบทความเพิ่มเติม

เอกลักษณ์ มวยไทย โบราณ ทั้ง 4 ภาค

ความดุเดือดของ กีฬา มวยไทย ที่มาพร้อม คุณค่า ทาง จิตใจ

Created : 20-01-2021


บทความที่น่าสนใจ

มวยไทยทั้ง 5 สาย
เข่า อาวุธวงในแห่งชัยชนะ